เลเวอเรจและมาร์จิน

IC นำเสนอเงื่อนไขเลเวอเรจชั้นนำในตลาดสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท โดยมีเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:5000 สำหรับการเทรด FX ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนได้สูงสุด

เริ่มทำการเทรด

เลเวอเรจที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเลเวอเรจไปใช้ในการเทรดจริง ทั้งระบบเลเวอเรจแบบปรับเปลี่ยนอัตโนมัติ (Dynamic Leverage) และช่วงเวลาที่มีการปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรด (Higher Margin Requirements - HMR) ในรายละเอียดด้านล่าง

ระบบเลเวอเรจแบบปรับเปลี่ยนอัตโนมัติ

ที่ IC เราใช้ระบบหลักประกันแบบขั้นบันได (Tiered Margin System) ในการคิดอัตราเลเวอเรจ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติตามขนาดคำสั่งซื้อขาย (Position Size) ของคุณ

หมายความว่า ออเดอร์ของคุณจะถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ และแต่ละส่วนจะถูกคิดอัตรามาร์จิน (Margin Rate) ตามเกณฑ์ของขั้นบันไดในระดับนั้นๆ เมื่อขนาดการถือครอง (Exposure) เพิ่มขึ้น อัตรามาร์จินที่ต้องใช้ก็จะปรับสูงขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้อัตราเลเวอเรจลดลงสำหรับออเดอร์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ระบบจะไม่ใช้อัตราเลเวอเรจเดียวกันกับทุกๆออเดอร์ แต่จะแยกคำนวณในแต่ละส่วนอย่างชัดเจน

ตัวอย่าง
  • สินทรัพย์ที่ทำการเทรด: USDCHF
  • ขนาดคำสั่งซื้อขาย (Position Size): 70 ล็อต
  • ขนาดสัญญา: 1 ล็อต = 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • มูลค่ารวมของขนาดคำสั่งซื้อขาย (Position Size): 70 x 100,000 = 7,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ช่วงสภาวะตลาดปกติ
  • ระดับ 1: 0–25 ล็อต → 1:5000
  • ระดับ 2: 25–50 ล็อต → 1:3000
  • ระดับ 3: 50 ล็อตขึ้นไป -> 1:1000
วิธีคำนวณมาร์จิน
  • การคำนวณระดับ 1 (0 – 25 ล็อต)
    25 × 100,000 = 2,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    มาร์จินที่ต้องการ = 2,500,000 ÷ 5000 = 500 ดอลลาร์สหรัฐ
  • การคำนวณระดับ 2 (25.00 – 50 ล็อต)
    25.00 × 100,000 = 2,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    มาร์จินที่ต้องการ = 2,500,000 ÷ 3000 = 833.33 ดอลลาร์สหรัฐ
  • การคำนวณระดับ 3 (50.00 ล็อตขึ้นไป)
    20 × 100,000 = 2,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    มาร์จินที่ต้องการ = 2,000,000 ÷ 1000 = 2,000.00 ดอลลาร์สหรัฐ
มาร์จินทั้งหมดที่ต้องการ
  • 500 ดอลลาร์สหรัฐ + 833.33 ดอลลาร์สหรัฐ + 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ = 3,333.33 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราเลเวอเรจอาจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะส่งผลต่อมาร์จิน ที่ต้องใช้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอในบัญชีอยู่เสมอ

ช่วงเวลาปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรด (Higher Margin Requirements - HMR)

ในบางช่วงเวลาการเทรดจะมีช่วงเวลาปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรด(Higher Margin Requirements - HMR) ซึ่งอัตราเลเวอเรจที่ใช้ได้จะถูกจำกัดไว้ชั่วคราว เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง โดยอาจมีผลบังคับใช้ในช่วงการถือสถานะข้ามวัน (End-of-day Roll), ช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ และช่วงวันหยุดสัปดาห์

ทั้งนี้ ช่วงเวลา HMR จะไม่ได้เปลี่ยนวิธีคำนวณมาร์จิน (Margin) ของคุณ โดยระบบยังคงใช้หลักการคำนวณแบบขั้นบันได (Tiered Margin System) ตามปกติ หมายความว่า เลเวอเรจในแต่ละระดับจะถูกคิดเฉพาะกับออเดอร์ในส่วนที่อยู่ในช่วงขนาด Lot นั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้บังคับใช้กับออเดอร์ทั้งหมด

  • ช่วงสิ้นสุดวันทำการ : เริ่มก่อนตลาดปิด 30 นาที และต่อเนื่องไปจนถึง 15 นาทีหลังตลาดเปิด
  • ช่วงวันหยุดสัปดาห์ : เริ่มก่อนตลาดปิด 1 ชั่วโมงในวันศุกร์ และต่อเนื่องไปจนถึง 30 นาทีหลังตลาดเปิดในวันจันทร์
  • ช่วงข่าวสำคัญ : เริ่มก่อนการประกาศข่าวที่มีผลกระทบสูง (High-Impact) 15 นาที และต่อเนื่องไปจนถึง 1 นาทีหลังประกาศข่าว
ตัวอย่าง
  • สินทรัพย์ที่ทำการเทรด: USDCHF
  • ขนาดคำสั่งซื้อขาย (Position Size): 70 ล็อต
  • ขนาดสัญญา: 1 ล็อต = 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • มูลค่ารวมของขนาดคำสั่งซื้อขาย (Position Size): 70 x 100,000 = 7,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ระดับชั้นในช่วงเวลา HMR
  • Tier 1: 0–25 lots → 1:200
  • ระดับ 2: 25–50 ล็อต → 1:200
  • ระดับ 3: 50+ ล็อตขึ้นไป → 1:200
วิธีการคำนวณมาร์จินในช่วงระยะเวลา HMR
  • Tier 1 Calculation (0 – 25 lots)
    25 × 100,000 = 2,500,000 USD
    Margin required = 2,500,000 ÷ 200 = 12,500.00 USD
  • การคำนวณระดับ 2 (25.00 – 50 ล็อต)
    25.00 × 100,000 = 2,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    มาร์จินที่ต้องการ = 2,500,000 ÷ 200 = 12,500 ดอลลาร์สหรัฐ
  • การคำนวณระดับ 3 (50.00 ล็อตขึ้นไป)
    20 × 100,000 = 2,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    มาร์จินที่ต้องการ = 2,000,000 ÷ 200 = 10,000.00 ดอลลาร์สหรัฐ
มาร์จิ้นทั้งหมดที่จำเป็นระหว่างช่วงเวลา HMR
  • 12,500 USD + 12,500 USD + 10,000.00 USD = 35,000.00 USD

อัตราเหล่านี้ใช้กับออเดอร์ที่เปิดใหม่เท่านั้น ออเดอร์ที่เปิดอยู่เดิมจะคงอัตราส่วนเลเวอเรจไว้เท่าเดิมเมื่อเปิดออเดอร์ครั้งแรก เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา HMR ระบบจะคำนวณมาร์จินของคุณใหม่โดยอัตโนมัติตามมูลค่าตลาด ณ เวลานั้น ซึ่งอาจส่งผลให้มาร์จินสูงขึ้นหรือต่ำลงเมื่อเทียบกับตอนที่เปิดออเดอร์ครั้งแรก

สินทรัพย์ที่เปิดให้เทรด

ฟอเร็กซ์

เลเวอเรจสูงสุด 1:5000

เทรดคู่เงินหลัก (Major), คู่เงินรอง (Minor) และคู่เงินนอกกระแส (Exotic) ในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก

เรียนรู้เพิ่มเติม

โลหะ

เลเวอเรจสูงสุด 1:2000

เทรดทองคำ (Gold), เงิน (Silver), พัลเลเดียม (Palladium) และพลาทินัม (Platinum) ด้วยเงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุด

เรียนรู้เพิ่มเติม

ดัชนี

เลเวอเรจสูงสุด 1:200

เทรดดัชนีระดับโลก เช่น US 30, S&P 500 และ UK100

เรียนรู้เพิ่มเติม

พลังงาน

เลเวอเรจสูงสุด 1:500

เทรดในตลาดพลังงานระดับโลก ทั้งน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent), น้ำมันดิบ WTI และก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas)

เรียนรู้เพิ่มเติม

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

เลเวอเรจสูงสุด 1:200

เทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี โลหะ และสินทรัพย์สำคัญอื่นๆ

เรียนรู้เพิ่มเติม

คริปโทเคอร์เรนซี

เลเวอเรจสูงสุด 1:500

เทรดเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำ ทั้ง Bitcoin, Ethereum, XRP และเหรียญอื่นๆ อีกกว่า 90 รายการ

เรียนรู้เพิ่มเติม

พันธบัตรและตราสารหนี้

เลเวอเรจสูงสุด 1:200

เทรดพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-Year Treasuries)

เรียนรู้เพิ่มเติม

หุ้น

เลเวอเรจสูงสุด 1:20

เทรดหุ้นและ ETF จากตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ทั้ง NYSE, NASDAQ, LSE, Xetra และอื่นๆ อีกมากมาย

เรียนรู้เพิ่มเติม

ระดับเลเวอเรจตามขนาดการถือออเดอร์

เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
สินทรัพย์ที่ทำการเทรด 0-25 ล็อต 25-50 ล็อต 50-100 ล็อต 100+ ล็อต 0-25 ล็อต 25-50 ล็อต 50-100 ล็อต 100+ ล็อต
คู่เงินหลัก / คู่เงินรอง (FX Major/Minor) 1:5000 1:3000 1:1000 1:500 1:200 1:200 1:200 1:200
คู่เงินนอกกระแส (FX Exotics) 1:3000 1:2000 1:1000 1:200 1:200 1:200 1:200 1:200
  • HMR Period : ช่วงเวลาที่ต้องใช้มาร์จินสูงขึ้น: ช่วงสิ้นวันทำการ, ช่วงประกาศข่าวสำคัญ, ช่วงวันหยุดสัปดาห์

เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
สินทรัพย์ที่ทำการเทรด 0-25 ล็อต 25-50 ล็อต 50-100 ล็อต 100+ ล็อต 0-25 ล็อต 25-50 ล็อต 50-100 ล็อต 100+ ล็อต
ทองคำ (XAU) 1:2000 1:1000 1:500 1:100 1:200 1:100 1:50 1:50
แร่เงิน (XAG) 1:1000 1:500 1:200 1:100 1:200 1:100 1:50 1:20
  • HMR Period : ช่วงเวลาที่ต้องใช้มาร์จินสูงขึ้น: ช่วงสิ้นวันทำการ, ช่วงประกาศข่าวสำคัญ, ช่วงวันหยุดสัปดาห์

บีทีซี
ชั้น เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
น้อยกว่าหรือเท่ากับ 49.99 ล็อต 1:500 1:200
>50 Lots 1:300 1:200
ETH
ชั้น เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
<= 999.99 ล็อต 1:500 1:200
มากกว่า 1,000 ล็อต 1:300 1:200

หมายเหตุ หมายเหตุ: สำหรับ CFD คริปโตเคอร์เรนซีที่เหลือ จะไม่มีโครงสร้างแบบแบ่งระดับ

หุ้นสหรัฐฯ
ชั้น เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
16:35-21:55 เซสชั่นหลัก 1:20
21:55-22:40 ช่วงก่อนปิดตลาด 1:10
22:40-22:55 การประมูลรอบสุดท้าย 1:5
ข้อควรทราบสำคัญ
  • การปรับเปลี่ยนเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวันทำการซื้อขายในช่วงเวลาทำการซื้อขายหุ้นตามปกติ
  • ข้อกำหนดมาร์จินสำหรับออเดอร์ที่ถืออยู่เดิมจะถูกคำนวณใหม่ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาใช้มาร์จินสูงขึ้น (HMR)
  • เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา HMR เลเวอเรจจะปรับกลับสู่ระดับปกติโดยอัตโนมัติ
ตลาดหุ้นสหรัฐ 24 ชั่วโมง
ชั้น เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
16:35-21:55 เซสชั่นหลัก 1:20
21:55-22:40 ช่วงก่อนปิดตลาด 1:10
22:40-16:35 ช่วงก่อน/หลังเวลาทำการของตลาด 1:5
ข้อควรทราบสำคัญ
  • การปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะเกิดขึ้นทุกวันทำการ ในระหว่างช่วงเวลาทำการซื้อขายปกติและช่วงเวลานอกทำการของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
  • มาร์จินที่ต้องใช้สำหรับออเดอร์ที่ถืออยู่เดิมจะถูกคำนวณใหม่ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาใช้มาร์จินสูงขึ้น (HMR)
  • เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา HMR เลเวอเรจจะปรับกลับสู่ระดับปกติโดยอัตโนมัติ
ASX, LSE, Euronext, Xetra, JPX Stocks, Bolsa, SIX Stocks
ชั้น เลเวอเรจสูงสุด การปรับเพิ่มมาร์จินที่ต้องใช้สำหรับการเทรดสูงขึ้น (Higher Margin Requirements)
20 นาทีหลังจากตลาดเปิด ช่วงเวลาทำการหลัก - หลังตลาดเปิด 1:20
1 ชั่วโมงก่อนตลาดปิด ช่วงก่อนปิดตลาด 1:10
15 นาทีก่อนตลาดปิด การประมูลรอบสุดท้าย 1:5
ข้อควรทราบสำคัญ
  • การปรับเปลี่ยนเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวันทำการซื้อขายในช่วงเวลาทำการซื้อขายหุ้นตามปกติ
  • มาร์จินที่ต้องใช้สำหรับออเดอร์ที่ถืออยู่เดิมจะถูกคำนวณใหม่ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาใช้มาร์จินสูงขึ้น (HMR)
  • เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา HMR เลเวอเรจจะปรับกลับสู่ระดับปกติโดยอัตโนมัติ

ดูข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับกรอบการทำงานด้านมาร์จินและเลเวอเรจของเราได้ที่นี่.

คำถามที่พบบ่อย

มาร์จินจะถูกคำนวณแบบตามลำดับขั้น (Tier) โดยสถานะออเดอร์ของคุณจะถูกแบ่งออกเป็นหลายๆส่วน และแต่ละส่วนจะใช้อัตราเลเวอเรจตามระดับ Tier นั้นๆ แทนที่จะใช้อัตราเลเวอเรจเดียวคำนวณกับไม้เทรดทั้งหมด

เมื่อมูลค่าถือครองสัญญา (Exposure) ของคุณเพิ่มมากขึ้น บางส่วนของออเดอร์จะขยับขึ้นไปอยู่ในระดับ Tier ที่สูงขึ้น ซึ่งมีการใช้มาร์จินที่สูงกว่า กลไกนี้ช่วยในการบริหารจัดการความเสี่ยง ในขณะที่ยังคงให้อัตราเลเวอเรจสูงสำหรับออเดอร์ในส่วนที่มีขนาดเล็กกว่า

ช่วงเวลา HMR (Higher Margin Requirement) คือช่วงเวลาที่ตลาดมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น เช่น ช่วงที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ (เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนี CPI พื้นฐาน และรายงานสต็อกน้ำมันดิบ) ช่วงตลาดใกล้ปิด หรือช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เลเวอเรจจะถูกปรับลดลงเป็นการชั่วคราว และการใช้มาร์จินสำหรับออเดอร์ใหม่จะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ รายการเหตุการณ์ที่ระบุข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการบังคับใช้เงื่อนไข HMR ได้ตลอดเวลาตามดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว เมื่อเห็นว่าจำเป็นเนื่องมาจากความผันผวนของตลาดหรือสภาวะตลาด ณ ขณะนั้น

เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา HMR มาร์จินจะถูกคำนวณใหม่โดยอัตโนมัติตามมูลค่าตลาดปัจจุบันของออเดอร์ที่คุณถืออยู่ และเงื่อนไขเลเวอเรจระดับปกติจะเริ่มกลับมาใช้กับการเปิดไม้ใหม่ทันที

โดยส่วนใหญ่แล้ว ไม่ HMR ใช้ได้เฉพาะกับออเดอร์การซื้อขายใหม่เท่านั้น และการซื้อขายที่มีอยู่แล้วจะยังคงใช้อัตราส่วนเลเวอเรจเท่ากับตอนที่เปิดการซื้อขายครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม สำหรับสินทรัพย์บางประเภท เช่น หุ้น การใช้มาร์จินสำหรับออเดอร์เดิมที่ถืออยู่อาจถูกนำมาคำนวณใหม่ในช่วงเวลา HMR โดยขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ณ ขณะนั้น

เริ่มเทรดวันนี้

กับผู้ให้บริการ Forex และ CFD ที่ได้รับใบอนุญาตและการรับรองตามกฎหมาย